
ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นำทีมแถลง “ตำรวจเชียงใหม่รวบแก๊งวัยรุ่น ซุก “ระเบิดปิงปอง-มีดดาบ” ย้ำความพร้อมมาตรการด้านความปลอดภัยช่วงเทศกาลลอยกระทง
วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2567 เวลา 11.30 น. พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษดา พันธ์เกษม รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ ภ.จว.เชียงใหม่ และ พ.ต.อ.วินิจฉัย พินิจศักดิ์ ผกก.สภ.ช้างเผือก ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 4 คน ที่พกพาอาวุธมีดและวัตถุระเบิดแสวงเครื่องโดยไม่ได้รับอนุญาต บริเวณหน้าหอพักแห่งหนึ่งในซอยถนนหมื่นด้ามพร้าคต ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
การจับกุมครั้งนี้นำโดย พ.ต.ท.สมชาย หมายมั่น รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สภ.ช้างเผือก ร่วมกับ พ.ต.ท.ณัฐพล เอกฉันท์ รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน พ.ต.ท.พีระพล ขวาของ สารวัตรสืบสวนสอบสวน พ.ต.ท.อมรเทพ สุขันธ์ สารวัตรป้องกันปราบปราม และ ร.ต.อาณัตย์ ปัญญาราษฎร์ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจ สภ.ช้างเผือก
ผู้ต้องหาทั้งสี่รายเป็นชาวเมียนมาที่พักอาศัยในพื้นที่เชียงใหม่ ประกอบด้วย
1. นายอ้ายเคย อายุ 25 ปี
2. นายมน ลุงอ่อง อายุ 22 ปี
3. นาย Sai Ba Aung อายุ 20 ปี
4. นายจาย ป้าอ่อง อายุ 20 ปี
ทั้งสี่คนถูกกล่าวหาว่า “ร่วมกันพกพาอาวุธมีดและวัตถุระเบิดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” โดยของกลางที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุ ได้แก่
• อาวุธมีดยาวรวม 70 เซนติเมตร ใบมีดยาว 50 เซนติเมตร จำนวน 1 เล่ม
• อาวุธมีดหัวตัดยาว 50 เซนติเมตร จำนวน 1 เล่ม
• วัตถุระเบิดแสวงเครื่องลักษณะเป็นก้อนกลมสีดำพันด้วยเทปจำนวน 2 ก้อน
จากการซักถามขยายผล นายจาย ป้าอ่อง หนึ่งในผู้ต้องหา ยอมรับว่าวัตถุระเบิดที่พบในที่เกิดเหตุนั้นเป็นของตนเอง โดยระบุว่าได้มาจากนายโช ซึ่งเป็นคนไทยใหญ่ที่ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง นายจายอ้างว่าเขาและพวกพกพาอาวุธมีดและวัตถุระเบิดไว้เพื่อป้องกันตัวในกรณีฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ในคืนเกิดเหตุขณะที่ทั้งหมดกำลังเดินทางไปหาเพื่อนในพื้นที่ ตำรวจสายตรวจได้เข้าตรวจค้นและจับกุมในที่สุด
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการส่งวัตถุระเบิดดังกล่าวให้กับหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด เพื่อทำการตรวจสอบ ซึ่งผลการตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่าระเบิดแสวงเครื่องที่ตรวจยึดได้นั้น จัดอยู่ในประเภทวัตถุระเบิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490
โดยระเบิดแสวงเครื่องดังกล่าวมีลักษณะเป็นลูกตกกระทบ มีจุดประสงค์เพื่อทำให้เกิดการระเบิดผ่านการเสียดสีซึ่งจะทำให้ประกายไฟติดสารระเบิดภายใน และส่งผลให้เกิดการระเบิดคลายพลังงานออกมา ภายในระเบิดมีส่วนผสมของ Flash Powder ซึ่งเป็นสารระเบิดแรงต่ำ น้ำหนักรวม 0.2 กรัม รวมถึงเศษก้อนหินและเศษแก้วที่อัดแน่นภายใน เมื่อระเบิดเกิดขึ้นจะทำให้เศษหินและเศษแก้วกระจายออกมาเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ สามารถทำอันตรายได้ในระยะ 5 เมตร ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่ใกล้เคียง
ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือก ได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมผลการตรวจพิสูจน์ ส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติมว่ากลุ่มผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอื่น ๆ หรือไม่
พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้ออกมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวและจุดสำคัญในเขตตัวเมือง เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว การปรับเพิ่มมาตรการครั้งนี้เป็นการตอบรับความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสบายใจและความปลอดภัยในช่วงเวลาพักผ่อนยามค่ำคืนรวมถึงการรักษาภาพลักษณ์ของเชียงใหม่ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย
ณ ห้องประชุม สภ.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่
ลิ้งค์ข่าว :